คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดตอนเริ่มคุยงานไม่ใช่ทำเว็บราคาเท่าไร แต่เป็นงบเท่านี้พอไหม ซึ่งตอบยากกว่า เพราะคำตอบขึ้นกับว่าเว็บนั้นต้องทำงานอะไรให้ธุรกิจ บทความนี้ไล่ทีละช่วงงบว่าได้อะไร และที่สำคัญกว่านั้นคือไม่ได้อะไร
งบหลักพันต้น ๆ ราว 1,500–3,000 บาท
ช่วงนี้คือเว็บหน้าเดียว ทำงานได้ดีมากถ้าเป้าหมายคือมีที่ให้คนที่ได้ยินชื่อคุณมาแล้วไปดู เช่น ฟรีแลนซ์ที่ต้องส่งลิงก์ผลงาน หรือร้านที่อยากมีหน้าบอกเมนูกับแผนที่
สิ่งที่ได้คือหน้าเดียวที่เรียงเนื้อหาให้อ่านจบแล้วรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ใช้ได้ทุกจอ มีช่องทางติดต่อ และถ้าเป็นแพ็กเซลส์เพจก็มีฟอร์มที่ส่งเข้าอีเมลหรือ LINE พร้อมติดตั้งเครื่องมือวัดผลให้ยิงแอดต่อได้
สิ่งที่ไม่ได้คือระบบหลังบ้าน ถ้าอยากแก้ข้อความเองทุกสัปดาห์ ช่วงงบนี้ยังไม่ถึง และไม่ควรคาดหวังว่าจะไปแข่งอันดับกับเว็บที่มีสิบหน้าในคำค้นที่มีคนแย่งกันเยอะ
งบหลักหมื่นต้น ๆ ราว 10,000 บาท
ช่วงนี้คือจุดที่เว็บเริ่มเป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ ไม่ใช่แค่นามบัตรออนไลน์ ได้เว็บหลายหน้าที่แยกเรื่องกันชัด และได้ระบบหลังบ้านที่ทีมแก้ข้อความและรูปเองได้โดยไม่ต้องเรียกช่างทุกครั้ง
ที่สำคัญกว่าจำนวนหน้าคือโครงสร้าง เว็บหลายหน้าที่วางโครงถูกจะมีหน้าที่ตรงกับคำที่ลูกค้าค้นหาจริง เช่น หน้าบริการรายอย่าง หรือหน้าสาขา ซึ่งเป็นสิ่งที่หน้าเดียวทำไม่ได้
สิ่งที่ยังไม่ได้ในช่วงนี้คือการรับเงินบนเว็บ และระบบที่ต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้เป็นรายคน สองอย่างนี้ทำให้ราคาขยับไปอีกช่วงเสมอ
งบหลักหมื่นปลาย ๆ ถึงห้าหมื่น
ช่วงนี้คือร้านค้าออนไลน์ที่รับเงินได้จริง มีตะกร้าสินค้า ระบบสมาชิก การชำระเงินผ่านบัตรและพร้อมเพย์ การคิดค่าส่ง และหลังบ้านที่จัดการออเดอร์กับสต็อก
ราคาภายในช่วงนี้ต่างกันตามจำนวนสินค้า จำนวนตัวเลือกต่อสินค้า และเงื่อนไขการคิดค่าส่ง ร้านที่มีสินค้ายี่สิบชิ้นกับร้านที่มีสองพันชิ้นและมีไซซ์กับสีคูณกัน ใช้เวลาไม่เท่ากันเลย แม้หน้าเว็บจะดูคล้ายกัน
งบหลักแสน คนละเรื่องกับที่ผ่านมา
เมื่อเข้าสู่ช่วงนี้ สิ่งที่ซื้อมักไม่ใช่เว็บอีกต่อไป แต่เป็นระบบที่บริษัทใช้ทำงาน เช่น ระบบจัดการข้อมูลภายใน ระบบที่ต่อกับของเดิมที่มีอยู่ หรือเว็บที่มีผู้ใช้หลายระดับสิทธิ์
ราคาช่วงนี้จึงตีจากขอบเขตของสิ่งที่ระบบต้องทำ ไม่ใช่จำนวนหน้า และมักต้องมีการคุยรอบแรกเพื่อสรุปว่าอะไรอยู่ในงานและอะไรอยู่นอกงาน ก่อนจะบอกตัวเลขได้
สามข้อผิดพลาดที่เห็นบ่อยเรื่องงบ
ข้อแรก จ่ายเพื่อดีไซน์ที่ไม่มีใครเห็น หลายเจ้าลงทุนกับแอนิเมชันและกราฟิกในหน้าแรก แต่ไม่มีงบเหลือให้หน้าบริการที่คนค้นหาเจอจริง ทั้งที่หน้านั้นคือหน้าที่ทำเงิน
ข้อสอง จ่ายครั้งเดียวแล้วไม่เผื่ออะไรเลย เว็บที่ไม่มีใครแตะเลยสองปีจะเริ่มมีข้อมูลผิด ราคาที่เก่า และปัญหาความปลอดภัยถ้ามีระบบหลังบ้าน ควรเผื่องบเล็กน้อยไว้ดูแล แม้จะไม่ต้องเป็นสัญญารายปีก็ตาม
ข้อสาม ประหยัดผิดที่ การเลือกแพ็กที่ถูกกว่าเพราะต่างกันสองพัน แล้วสุดท้ายต้องจ้างคนแก้ข้อความให้ทุกเดือน จะแพงกว่าการจ่ายเพิ่มครั้งเดียวเพื่อให้ได้ระบบหลังบ้านมาตั้งแต่ต้น
วิธีตัดสินใจแบบไม่ต้องเดา
- เขียนสามอย่างที่อยากให้เว็บทำได้ในปีแรก เรียงตามความสำคัญ
- ดูว่าข้อแรกต้องใช้ระบบอะไรบ้าง นั่นคือพื้นที่ที่ควรใส่งบ
- ตัดสิ่งที่อยู่ในข้อสามออกไปก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีหลังเมื่อรู้ว่าจำเป็นจริง
ถ้าอยากดูตัวเลขจริงของแต่ละช่วง ราคาทุกแพ็กเกจเขียนไว้หน้าเดียวจบ พร้อมสิ่งที่รวมและไม่รวมในแต่ละแพ็ก